มวยไทยยุคโบราณคืออาวุธใช้ในการทำสงคราม

มวยไทยจัดเป็นศิลปะป้องกันตัวประจำชาติที่คนไทยมีความภาคภูมิใจอย่างมาก ไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจที่คนยุคก่อนสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาเท่านั้นแต่ยังหมายถึงพวกเขาเหล่านั้นได้ใช้วิชาป้องกันตัวและการต่อสู้ดังกล่าวเป็นอาวุธเด็ดในการทำสงครามจนไทยสามารถเอาชนะข้าศึกมาได้นับไม่ถ้วน ไม่เคยเสียเอกราชอย่างถาวรให้กับใคร ต้องขอบคุณวิชามวยไทยอันถือเป็นอาวุธประจำตัวของทุกคนต่อให้ไม่มีมีด ปืน ดาบ ก็สามารถเอาชนะได้

อาวุธในการทำสงครามยุคโบราณต้องมวยไทย

มวยไทยเองได้ชื่อว่าเป็นอาวุธป้องกันตัวที่อันตรายที่สุดในโลก เพราะสามารถออกอาวุธต่อสู้ได้ถึง 8 ส่วน ไม่ว่าจะเป็นหมัด, เท้า, เข่า, ศอก รวมกันอย่างละ 2 ข้าง หรือบางตำราก็ว่ากันว่าเป็นทศอาวุธหรือ 10 ส่วนรวมถึงศีรษะกับบั้นท้ายในการโจมตีด้วย ต้องบอกว่าต้นตำรับมวยไทยแท้ๆ ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่ามาจากตรงไหนเพราะแต่ละพื้นที่ก็มีวิชามวยไทยเป็นของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น อาทิ ภาคเหนือ มีมวยท่าเสา, ภาคใต้มีมวยไชยา, ภาคอีสานมีมวยโคราช ส่วนภาคกลางมีมวยพระนครกับมวยลพบุรี จนมีคำกล่าวที่น่าสนใจอย่างหนึ่งเคยบอกเอาไว้ว่า หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา

ในอดีตจะมีสำนักเรียนที่เปิดสอนมวยไทยโดยเฉพาะเพื่อต้องการฝึกฝนให้ทุกๆ คนมีอาวุธสำหรับใช้ป้องกันตัวได้จริง โดยเจ้าสำนักหรือครูมวยแต่ละคนที่เปิดสำนักนี้ต้องเป็นบุคคลผู้ได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถมากจริงๆ ต้องการถ่ายทอดวิชามวยไทยเหล่านี้เพื่อไม่ให้สูญหายไปไหน อีกทั้งยังช่วยในการป้องกันตัวจริงยามเกิดเหตุคับขัน ไม่ใช่แค่ประชาชนธรรมดาเท่านั้นแม้แต่กษัตริย์ในยุคก่อนก็จำเป็นอย่างมากที่ต้องศึกษาเรียนรู้วิชามวยไทยเพื่อออกไปสู้รบกับฝ่ายตรงข้ามที่พยายามเข้ามารุกรานให้ประเทศไทยไปเป็นเมืองขึ้นให้จงได้ นี่จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้มวยไทยยุคโบราณกลายเป็นอาวุธสำคัญสำหรับใช้ทำสงคราม

จะว่าไปแม้ทุกวันนี้ศิลปะมวยไทยยังคงมีให้เห็นอยู่แต่ต้องยอมรับว่าเหลือน้อยลงไปทุกทีด้วยคนไทยส่วนใหญ่เองมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปประกอบกับเราไม่จำเป็นต้องไปสู้รบปรบมือกับใครแล้วด้วย กระนั้นหากมองในมุมของความเป็นศิลปะอย่างน้อยๆ การได้มีโอกาสเรียนมวยไทยอย่างจริงจังก็เป็นการสืบทอดศิลปะดีๆ แขนงนี้ให้ยังคงอยู่คู่กับบ้านเราไปอีกนานแสนนาน เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีศิลปะการต่อสู้อันรุนแรง ดุดัน และน่าเกรงขามมากที่สุด อย่าให้ต้องหายไปจากบ้านเราเลย