ตำนานนักมวยไทย สามารถ พยัคฆ์อรุณ

legendmuay thaineww

legendmuay thai

สามารถ พยัคฆ์อรุณ เป็นคนจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นอดีตนักมวยระดับตำนาน ที่ได้รับการยกย่องจากหลาย ๆ คนว่า เป็นนักมวยไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาเคยเป็นแชมป์สนามลุมพินีหลายครั้ง รวมถึงเป็นแชมป์โลก WBC นอกจากนี้ยังมีทักษะในการร้องเพลง และแต่งเพลงที่ดีเยี่ยม จนทำให้เขาได้กลายเป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศ

เขาเติบโตมาพร้อมกับพี่ชายคนโตของครอบครัว ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ โดยเขาได้ชักชวนให้สามารถเริ่มฝึกมวยไทยตั้งแต่เด็ก ด้วยอายุได้เพียงแค่ 7 ปี ก็เริ่มฝึกกับครูสอนมวยไทย ยอดทอง เสนานันท์ หรือ “ครูตุ๋ย” ผู้ที่เป็นคนดูแลการฝึกให้กับทั้งสองคน ฉายาแรกที่เขาใช้ในสังเวียนรู้จักในนาม “สามารถ ลูกคลองเขต” หลังจากที่ผ่านการต่อสู้มาหลายนัด เขาก็ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อที่จะมาสู้ในศึกลุมพินีในปี 2521

ทักษะการต่อสู้ของเขาเป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก มีไอคิวการต่อสู้สูง อัตราตอบสนองอันรวดเร็ว และมีทักษะในการอ่านท่าทางของฝ่ายตรงข้าม สามารถนำทุกเทคนิคมาผสมผสานกันในระหว่างต่อสู้ ทำให้รูปแบบของเขาไม่อาจคาดเดาได้ แม้แต่นัดที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้แข่งโหดๆ ในปี 80 และ 90 ถือเป็นช่วงยุคทองของมวยไทย เล่ากันว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาเริ่มเหนื่อยระหว่างการต่อย แต่ก็ยังคงทำให้อีกฝ่ายต้องเสียเปรียบ

ในปี พ.ศ. 2525 เขาเปลี่ยนสไตล์การชกเป็นแบบถนัดขวา (southpaw stance) เขาได้รับรางวัล จูเนียร์เฟเธอร์เวท WBC พร้อมกับต่อยน็อคเอาท์ Lupe Pintor ในการแข่งขันรอบที่ห้า ก่อนที่จะถูกหยุดเอาไว้โดยนักชกผู้ไร้พ่ายชาวออสเตรเลีย Jeff Fenech เขากลับมาในปี 2533และท้าชิงตำแหน่งระดับโลกอีกครั้ง น่าเสียดายที่มันไม่ประสบความสำเร็จ ปัจจุบันนี้เขาได้ยุติอาชีพนักมวยด้วยวัยกว่า 56 ปี เพื่อหันมาเป็นครูสอนมวยไทย

ผลงานในวงการบันเทิงของ สามารถ

นอกจากที่จะเป็นแชมป์มวยแล้ว สามารถยังได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงแกรมมี่ และได้ออกผลงานเพลงมาทั้งหมด 3 อัลบั้ม ได้แก่ ร็อคเหน่อๆ เปิดตัวในปี 2532เพลงที่กลายเป็นกระแสได้แก่ “อ่อนซ้อม” มีเนื้อหาเกี่ยวกับเขามีความเชี่ยวชาญในการชกมวย แต่ขาดความสามารถที่ได้เอาไว้คว้าใจจากผู้หญิง กับอัลบั้มที่สอง “อารมณ์ดี” และ “คันไม้คันไมค์” เพลงที่โด่งดังได้แก่ “น้ำพริกปลาทู” กับ “เกาเอาเอง” หลังจากที่ได้ออกมาครบสามอัลบั้ม เขาก็ย้อนกลับคืนสู่สังเวียนอีกครั้ง

ไม่นานนักในปี 2543 สามารถก็ได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง “A Fighter’s Blues” หนังจีนที่มีนักแสดงนำอย่าง หลิว เต๋อหัว ส่วนหนังไทยก็มีโอกาสได้มาแสดงในเรื่อง “สุริโยไท” ในปี 2544 นอกจากนี้ก็ยังมีผลงานแสดงอื่นๆ ตามมาอีกอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านจริงๆ